ความแตกต่างของ “ น้ำมันมะกอก ” แต่ละประเภท

มาดูกันว่า “ น้ำมันมะกอก ” แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร ชนิดไหนใช้ทอด ชนิดไหนผัด หรือ ชนิดใดที่ใช้สำหรับทานกับสลัด ?

—————–สำหรับบทความนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของ “ น้ำมันมะกอก ” มาแนะนำกันว่าแต่ละประเภทนั้นเหมาะสำหรับนำมาทำกันอะไรบ้าง ซึ่งประเภทของน้ำมันมะกอกนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ vegus168 สมัคร

น้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (extra virgin)

—————–น้ำมันมะกอกประเภทแรกคือ น้ำมันมะกอกที่มีสีเขียวเข้ม โดยเราจะได้น้ำมันมะกอกประเภทนี้มาจากการบีบจากผลมะกอกสดๆ ดังนั้น น้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นจึงเป็นน้ำมันมะกอกที่ดีที่สุดในบรรดาน้ำมันมะกอกทุกประเภทนั่นเอง และน้ำมันมะกอกประเภทนี้ยังมีราคาที่สูงอีกด้วย โดยเราสามารถรับประทานน้ำมันมะกอกประเภทนี้สดๆ แบบผสมเป็น น้ำสลัด ได้เลย หรือจะนำมาทำเป็นซอสพาสต้าก็ได้เช่นกัน แต่วิธีการปรุงน้ำมันมะกอกประเภทนี้จะต้องไม่ผ่านความร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำมันมะกอกสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการไป จากไขมันที่ดีก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีต่อร่างกายแทนนั่นเอง vegus168 สมัคร

น้ำมันมะกอกเวอร์จิ้น (virgin)

—————–น้ำมันมะกอกประเภทนี้เป็นน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่ได้จากการบีบสดๆ จากลูกมะกอกนั่นเอง โดยจะเลือกมะกอกผลแก่ ซึ่งคุณภาพของน้ำมันมะกอกประเภทนี้จะมีคุณภาพรองลงมาจากน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นนั่นเอง โดยถือว่าเป็นน้ำมันมะกอกที่ถือว่ายังดีต่อสุขภาพอยู่เหมือนกัน แค่ราคาจะถูกกว่าน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเล็กน้อย ดังนั้นน้ำมันมะกอกประเภทนี้เหมาะสำหรับนำไปผสมในน้ำสลัด ซอสต่างๆ ที่ไม่ต้องผ่านความร้อน แต่ไม่เหมาะสำหรับการใช้การทอด หรือ ผัด นั่นเอง vegus168 สมัคร

น้ำมันมะกอกแบบผสม (olive oil หรือ pure olive oil)

—————–น้ำมันมะกอกประเภทนี้เป็นน้ำมันมะกอกที่ผสมผสานกันระหว่าง น้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น กับน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารเข้าไป ดังนั้น จึงทำให้ได้ออกมาเป็นน้ำมันที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงนั่นเอง ซึงคุณภาพของน้ำมันมะกอกชนิดนี้นั้นใกล้เคียงกับน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเลยทีเดียว แต่พี่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือคุณสมบัติที่สามารถทนความร้อนได้ดีขึ้น ดังนั้น จึงเป็นน้ำมันมะกอกที่สามารถนำไปประกอบอาหารโดยผ่านความร้อนแบบเร็วๆ ได้นั่นเอง แต่ก็ยังไม่เหมาะสำหรับนำไปทอดอยู่ดี