รสชาติไหน ? ทำลายสุขภาพร้ายแรงที่สุด

หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า การรับประทานอาหารรสชาติไหนแบบไหน ? ที่ให้โทษร้ายแรงกว่ากัน ระหว่าง รสหวาน มัน และเค็ม

————–โดยทั่วไปแล้วหากเราต้องการรับประทานอาหารให้หร่อยก็มักที่จะเลือกทานอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน ไม่ว่าจะเป็น เปรี้ยว เผ็ด หวาน มัน เค็ม ก็ตาม ซึ่งอาหารไทยก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านที่หลากหลายรูปแบบ แต่คุณรู้กันหรือไม่ว่า การรับประทานอาหารรสชาติแสนอร่อยเหล่านั้น มีอันตรายที่ซ่อนอยู่ไม่น้อย หากคุณบริโภคในปริมาณที่มากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นรสหวาน มัน เค็ม ซึ่งหลายคนก็อาจจะสงสัยกันว่า แล้วรสชาติไหนที่มีอันตรายรุนแรงมากที่สุด วันนี้เราก็มีคำตอบมาบอกกัน vegus 168

————–มีรายงานว่าา ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีภาระจากกลุ่มโรค NCDs ในสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งนี่นับว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตจำนวนมากกว่า 300,000 รายในปี พ.ศ. 2552 หรือสามารถคิดเป็นร้อยละ 73 ของการเสียชวิตทั้งหมดเลยก็ได้ โดยสาเหตุหลักๆ ล้วนมาจากพฤติกรรมการบริโภครสาติจัดจ้าน อย่างเช่น หวานจัด มันจัด และเค็มจัด นั่นเอง

รสหวาน

————–น้ำตาล นับว่าเป็นสารที่ให้ความหวาน ซึ่งนิยมมาประกอบอาหารเมนูต่างๆ โดยถือว่าเป็นสารอีกหนึ่งชนิดที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการเผาผลาญ หรือแม้กระทั่งกระบวนการขับของเสีย ทั้งนี้ ก็เป็นเพราะกระบวนการเหล่านี้มักจะต้องอาศัยพลังงานจากน้ำตาลแทบทั้งสิ้นนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเราบริโภคน้ำตาลใปริมาณที่มากเกินไป ร่างกายของเราก็จะทำการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็น “ไขมันสะสม” ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแทนนั่นเอง และส่งผลให้เราเกิด โรคอ้วน ได้ซึ่งใน 1 วันนั้น เราไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา ( 1 ช้อนชา = 4 กรัม ) vegus 168

รสเค็ม vegus 168

————–โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมี ไต อวัยวะที่ทำงานกับความเค็มโดยตรง ซึ่งมีหน้าที่ช่วยปรับโซเดียมภายในร่างกายของเราให้สมดุลนั่นเอง ถ้าหากร่างกายของเรามีโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไป ไตก็จะทำการขับออกทางปัสสาวะนั่นเอง แต่ถ้าร่างกายของเรามีโซเดียมในปริมาณที่น้อยเกินไป ไต ก็จะคอยทำหน้าที่ดูดโซเดียมกลับไปสู่กระแสเลือดนั่นเอง ซึ่งถ้าหาก ไตทำงานผิดปกติ ก็อจจะส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูงและอาจจะมีผลให้เกิดหัวใจวายได้อีกด้วย เราควรบริโภคเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา ต่อวันนอกจากอาหารประเภททอด ในอาหารชนิดอื่น ๆ ก็มีไขมันแฝงตัวอยู่ เช่น ขนมเค้ก ขนมที่ใส่กะทิ อาหารแปรรูปอย่าง กุนเชียง ใส่กรอก ทูน่ากระป๋อง ปลากระป๋อง เนื้อสัตว์ติดมัน และอาหารประเภทถั่ว เป็นต้น